Showing posts with label วิวัฒนาการการแพทย์แผนไทย. Show all posts
Showing posts with label วิวัฒนาการการแพทย์แผนไทย. Show all posts

การแพทย์แผนไทยสมัยรัตนโกสินทร์



  การแพทย์สมัยรัชกาลที่ ๑
         พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดโพธาราม หรือวัดโพธิ์ขึ้นเป็นอารามหลวงให้ชื่อว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และโปรดเกล้า
ให้รวบรวมและจารึกตำรายา ท่าฤาษีดัดตน และตำราการนวดไทยไว้ตามศาลาราย มีการจัดตั้งกรมหมอโรงพระโอสถคล้ายกับในสมัยอยุธยา   ผู้ที่รับ

วิวัฒนาการการแพทย์แผนไทย

การแพทย์แผนไทยยุคก่อนอาณาจักรสุโขทัย
ศิลาจารึกของอาณาจักรขอม ได้จารึกไว้ว่า ประมาณ พ.ศ. ๑๗๒๕-๑๗๒๙ พระเจ้าชัยวรมัมที่ ๗ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามความเชื่อในศาสนาพุทธ โดยสร้างสถานพยาบาล เรียกว่า "อโรคยาศาลา" ขึ้น ๑๐๒ แห่งในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยและบริเวณใกล้เคียง และกำหนดผู้ทำหน้าที่รักษาพยาบาลไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ หมอ, พยาบาล, เภสัช, ผู้จัดสถิติ, ผู้ปรุงอาหารและยา รวม ๙๒

บิดาการแพทย์แผนไทย

นายพลเรื่อเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาบสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นับลำดับราชสกุลวงศ์เป็นองค์ที่ 28 มีพระนามเดิมว่า "พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์" ประสูติในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 และทรางเป็นพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ที่  1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาของเจ้าพระยาสุรวงศ์ ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) สมุหพระกลาโหมในรัชกาลที่ 5 มี พระกนิษฐาและพระอนุชาร่วมมารดา อีก 2 พระองค์ คือ พระองค์เจ้าหญิงอรองค์อรรคยุพา (สิ้นพระชนม์เสียตั้งแต่ยังพระเยาว์) และพระองค์เจ้าสุรยงประยุรพันธุ์ (ต่อมาดำรงพระอิสริยยศเป็น กรมหมื่นไชยาศรีสุริโยภาส)
    

การแพทย์แผนไทยยุคก่อนอาณาจักรสุโขทัย

ศิลาจารึกของอาณาจักรขอม ได้จารึกไว้ว่า ประมาณ พ.ศ.๑๗๒๕-๑๗๒๙ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามความเชื่อในศาสนาพุทธ โดยสร้างสถานพยาบาล เรียกว่า "อโรคยาศาลา" ขึ้น ๑๐๒

ประวัติชีวกโกมารภัจจ์แพทย์ แพทย์ประจำองค์พระพุทธเจ้า

     หมอชีวกโกมารภัจจ์เกิดที่ประเทศอินเดียในสมัยพุทธกาล เป็นบุตรบุญธรรมของเจ้าชายอภัยราชกุมาร พระราชนัดดาของพระเจ้าพิมพิสารแห่งแว้นมคธ ได้ไปเรียนวิชาแพทย์ที่สำนักอาจารย์ทิศปาโมกข์ ณ เมืองตักศิลาโดยได้คำนึงว่า วิชาแพทย์เป็นวิชาที่สามารถช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้ ตามปกติจะต้องใช้เวลาศึกษา ๑๖ ปี